วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

          คุณเคยคิดบ้างไหมว่า   สัตว์เลี้ยงนั้นก็มีจิตใจ  มีความเจ็บปวดไม่แพ้กับมนุษย์ธรรมดาของพวกเรา  เมื่อพวกเขาโดยทิ้งกว้าง  ไม่มีค่า  ไม่มีความสำคัญแล้ว  พวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป  

           วันนี้ขอเสนอสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับ  หมาน้อยผู้น่าสงสาร




           เหล่าหมาน้อยหมาใหญ่ผู้น่าสงสารนี้  พวกเขามีชะตากรรมเดียวกัน  คือเป้นหมาจรจัด บางตัวถูกทอดทิ้งมา  บางตัวก็มีสายเลือดของตนเองมาหลายตัว  จนทำให้ทุกวันนี้  เหล่ามาที่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูนั้นมีมากมาย  คุณเคยขี้รถผ่านแล้วสังเกตไหมว่า  มีหมาจรจัดข้าวทางมากมาย  ทำไมหนอ  พวกเขาถึงต้องมาเดินอยู่แบบนี้เต็มไปหมด  เคยสงสัยกันบ้างไหม  ทำไหมหนอพวกเขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์  ถึงต้องมาเป็นหมาวัดกันเต็มไปหมด  มาเป็นภาระทางวัด   เราเข้าใจว่าบางทีฐานะของผู้เลี้ยงก็สำคัญ  คือเลี้ยงไม่ไหว  เพราะหมาขยายเผ่าพันธ์ทีละหลาย ๆ ตัว  แต่สิ่งสำคัญ คือ เขาก็เหมือนเรา  หากเขาถูกทอดทิ้ง  เขาก็ลำบาก  ไม่ต่างอะไรกับคนเราที่ถูกทอดทิ้ง แล้วลำบากหรอก  บางตัวถูกทอดทิ้งมาอย่างร่างกายที่สมบูรณ์ แต่กลับถูกรถชนขาหักพิการบาง  บางตัวสร้างปัญหาให้กลับผู้อื่น  ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน



         

       แต่หมาผู้น่าสงสารเหล่านี้  ก็ไม่ได้โชคร้ายจนเกินไป  ฟ้ายังมีตา  มองเห็นค่าของพวกเขา  ซึ่งมีผู้ใจบุญหลายคนหลายสถานที  ต่างเห็นความสงสารพวกเขา  มีใจโอบอ้อมอารีต่อสัตว์เหล่านี้  เขาเปลี่ยนสถานะของพวกเขาจากหมาจรจัด  กลับมาเป็นสัตว์เลี้ยงผู้แสนซื่อสัตย์ตามเดิม  เขาเลี้ยงดู  ซื้อข้าว  ซื้ออาหารมาให้  หาข้าว หาน้ำ มาให้  แม้ว่าจำนวนหมาผู้น่าสงสารนั้นจะมีจำนวนมาก  และอาจจะมากขึ้น  แต่ด้วยความที่เขารักสัตว์  รักเจ้าพวกนี้  มีความใจบุญ  เขาจึงไม่เห็นว่ามันเป็นความเดือดร้อน  และลำบากอะไร   พวกเขาคือบุคคลที่น่ายกย่อง  บุคคลที่มีความเอื้อเฟื้อ  โอบอ้อมอารี  ที่เขาได้รับอย่างแน่นอนคือ  บุญกุศลเหล่านี้จะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น  มีความสุขทั้งกายและใจ  และที่สำคัญเหล่าหมาน้อยนี้ภายในจิตใจเขาก็มีความรักต่อผู้ที่เลี้ยงดูพวกเขาเช่นกัน






           ดังนั้น  การที่เราจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสัตว์อะไรก็ตาม  เราต้องคำนึงถึงความพร้อมของเราด้วย  และต้องมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีด้วย  อย่าทอดทิ้งพวกเขาเลย  เขาน่าสงสารมาก  เขามีจิตใจเหมือนเรา  และอย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนกับการกระทำของเราเลย

 





By.Jutamad









วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

       ปลาอะไรเอ่ยยยย..... ตัวเล็กๆ  ออกลูกเยอะ  หางส้วย  สวย  กำจัดลูกน้ำยุงลายได้ด้วยยย






       ปลาหางนกยูง ถือเป็นปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่ง  มีลักษณะตัวเล็ก ๆ  มีหางสีสวย ๆ  หลากสีสัน ออกลูกทีเดียวหลายตัว

        ปลาหางนกยูง  เลี้ยงไว้ในอ่างเล็ก หรือที่เรียกว่าอ่างบัว  ตั้งไว้หน้าบ้าน  เอาไว้ประดับสวนให้สวยงาม  สร้างความร่มรื่นให้กับสวนได้ทีเดียว
   

       และก็ยังมีเลี้ยงไว้ในอ่างน้ำใช้  ทั้งที่โอ่งหน้าบ้าน  ในห้องน้ำ  ซึ่งสามารถเลี้ยงไว้กำจัดลูกน้ำยุงลายได้   หลายคนคงเห็นว่าอาจจะสกปรก  แต่เราใส่ปลาเลี้ยงไว้แค่ 2-3 ตัวก็พอ  แค่นี้ลูกน้ำยุงลายก็ไม่กล้ามาอยู่แล้ว
       
      วิธีการเลี้ยงปลาหางนกยูง
1.ใส่อาหารปลาให้กิน เป็อาหารปลาเม็ดเล็ก  ตราซากุระ ก็ได้ ควรให้อาหารพอเหมาะพอดี  หากให้มากเกินไป  น้ำอาจจะเน่าเสียได้เร็ว  เพราะปลานั้นกินไม่ทัน
2.เลี้ยงในน้ำที่อุณหภูมิพอเหมาะ  ไม่เย็นจัดและไม่อุ่นจนเกินไป
3.ไม่เลี้ยงปลาหางนกยูงปนกับปลาชนิดอื่น  เพราะว่าปลาชนิดอื่น  อาจกินปลาหางนกยูงได้
4.สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก หากเลี้ยงปลาในอ่างยัวหรืออ่างประดับบ้าน  ควรเปลี่ยนน้ำให้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดให้ปลา
5.ควรใส่ใจเขาให้มาก ๆ ถึงเเม้ว่า ปลาหางนกยูงจะเป็นปลาตัวเล็กๆ  แต่เขาก็ต้องความอุดมสมบูรณ์ในน้ำเช่นกัน

By.Jutamad

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

            สัตว์น้อยผู้น่ารัก  เปรียบเสมือนเด็กที่ไร้เดียงสา  ยามมีผู้ความรักกับเขา  เขาก็ให้ความรักกับมาให้เรา  จนกลายเป็นคำว่า "ผูกพัน"



ชูการ์ไกลเดอร์ หรือที่เรียกกันว่า"บ่าง

ชื่อ : ชิกก้า ชูการ์ไกลเดอร์ หรือที่เรียกกันว่า"บ่าง

เพศ : ผู้

อาหาร :  ชอบกินซิลีแล็คมาก ๆ

นิสัย : ขี้อ้อน  น่ารัก  ชอบดม ๆ ๆ แล้วก็ดม  ขี้กลัวเนื่องจากน้องยังเล็กอยู่


 
เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับชูก้า

         ชูก้าเป็นสัตว์เลี้ยงลุกดั้วนมขนาดเล็ก เมื่อโตขึ้นชูการ์จะบินได้ในระยะสั้น เปนสัตย์ที่มีกระเป๋าน่าท้อง เนื่องจากตัวเมียจะมีกระเป๋าน่าท้องใช้สำหรับให้ลูกอ่อนอยุ่อาศัยจนกว่าจะโต ตามนิสัยของชูการ์ไกลเดอร์ เปนสัตย์ที่ขี้ระแวง ขี้ตกใจ และดมกลิ่นเก่ง อาหารของชูการ์ไกลเดอร์ 1-4 เดือน ให้นำซิลิเล็คผสมน้ำร้อน คนให้เข้ากัน ป้อนจนกว่าชูการ์จะอิ่ม เราสามารถสลับให้กินนมได้ เมื่อชูการ์เริ่มโต เราสามารถให้กิน ผัก ผลไม้ หนอนแว็กซ์ กับ หนอนนก

          สังเกตมั๊ยว่า ชูก้านั้นตัวเล็กเหมือนกระรอก  เราก็เลี้ยงชูก้าคล้ายกับกระรอกน้อยนี้แหละ ชูก้าหลาย ๆ คนบอกว่า เขาเป็นสัตว์ป่า  ไม่มีนิสัยขี้อ้อน  แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราให้ความรักเขาแล้วเล่นกลับเขาบ่อย เขาก็จะอ้อนเราเหมือนกันนะ  พูดง่าย ๆก็คือ เชื่องนั่นเอง  เจ้าชิกก้านะ  อ้อนมากๆ เลย  ขี้เซา  ชมดม  ชมเลียมือ  ทำให้เรากับชูก้ามีความผูกพันกันมากเลยทีเดียว  สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงสัตว์อะไร  คุณจะต้องมีเวลาให้เขา และรักเขามากๆด้วย



By.Jatuporn
      

 

 



วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559


      โฮ่ง  โฮ่ง  โฮ่ง   สวัสดีครับ ผมคือสุนัขผู้ซื่อสัตย์  ไม่ได้ดุร้ายนะครับ   ผมชอบความสนุกสนาน  มามะ  มาเล่นด้วยกัน......






ชื่อ = ซานต้า
เพศ = ผู้ (ยังโสด)
สายพันธ์ = โกลเดน รีทริฟเวอร์
อายุ = 3 ปี
นิสัย = น่ารัก ขี้เล่น ชอบนอนแช่น้ำ ชอบให้พาไปเดินเล่น






              โกลเดนเป็นสุนัขขนาดกลาง ชอบอยู่กับคน แต่บางครั้งก็งับแขน ขา เราเพื่อให้พาไปเที่ยว ชอบออกกำลังกาย อาหารที่โกลเดน รีทริฟเวอร์ต้องการควรเปนอาหารระดับพรีเมี่ยมโดยให้เพียงวันละ 1 ครั้งในปริมาณที่เพียงพอ และในระว่างวันอาจให้อาหารเสริมได้วันล่ะ 1-2 ครั้ง เวลานอนชอบนอนที่นุ่มๆและควรมีของเล่นสัก 2-3 อัน เอาไว้แทะเล่นโดยว่างไว้ลอบๆตัว จะทำให้โกลเดนสงบและปลอดภัยสำหรับช่วงเวลาที่โกลเดนต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการพักผ่อน




           
           เจ้าซานต้าเป็นสุนัขทีขี้อ้อนเอามาก ๆ  ชอบให้เราพาไปเดินเล่น  รักความสนุก  แต่ไม่คิดจะผูกพัน ล้อเล่นน้า  เจ้าซานต้ากินเก่งเหมือนกัน  แต่ด้วยความที่ชอบออกกำลังกาย  ชอบวิ่ง  ทำให้ซานต้านั้น  หุ่นดี๊ดี  ยังกับนายแบบเลย  ซานต้าจะห่วงเจ้าของมาก  ชอบไปไหนมาไหนด้วย  เราจึงพวกพันธ์กันมาก

By.Thdakorn




วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

       เรามาดูคู่รักแห่งปีกันดีกว่า  เขาทั้งคู่รักกันมาก  อยู่ด้วยกันตลอด  ไม่มีใครมาแยกเขาทั้งคู่ออกจากกันได้  เขาก็คือ

หนูแกสบี้  หนูน้อยน่ารัก





ตัวแรก  ชื่อ  ณเดช

เพศ ผู้

มีลักษณะ  ขนลำตัวเป็นสีน้ำตาลขาว  บริเวณหน้าด้านซ้ายเป็นสีดำ

นิสัย  น่ารัก ขี้อ้อน  ชอบปกป้องตัวอื่น  โดยเฉพาะคู่รักของตนเอง





ตัวที่สอง  ชื่อ  ญาญ่า

เพศ เมีย

มีลักษณะ  ขนตามลำตัวมีสีขาว น้ำตาล และช่วงก้นเป็นสีดำ  ใบหน้าด้านขวาเป้นสีดำ 

ญาญ่า ในช่วงนี้จะอ้วนเป็นพิเศษ  เพราะเธอท้องกับณเดช  ตอนนี้ใกล้คลอดแล้วล่ะ

นิสัย  ขี้อ้อน  ขี้กลัว  น่ารัก  กินเก่ง






ทั้ง 2 ตัวจะชอบกินผักผลไม้มาก  อีกอย่างคือหญ้า ชอบเป็นของโปรดเลย


การสร้างความคุ้นเคยทำให้เขาเชื่องและมีความรักให้เรา
ผู้เลี้ยงจะต้องสร้างความคุ้นเคยกับแกสบี้ เพราะจะช่วยให้เขาเองกับเราเร็วขึ้น โดยมีวิธีดังต่อไปนี้จร้า
- การจ้องตา โดยการนำเขามาวางไว้บนอกและเป่าลมใส่หน้าเขาเบา ๆ และสังเกตท่าทางของเขา ในบางครั้งเขาจะร้องออกมา บางครั้งจะบิดหนวดไปมา บางตัวก็จะเดินมามองใกล้ๆ เอามือวางบนแก้มแล้วมองมาทางเรา แต่บางตัวจะวางบนท้องบนอกและนอนตรงนั้นทันที

- การชนจมูก เราต้องประคองหัวเขาไว้ในมือข้างหนึ่ง และจับตัวอีกข้างนึง แล้วยกขึ้นมาตรงหน้า และถูจมูกของเขากับของเรา เขาจะมีกริยาโต้ตอบ เช่นอาจจะเลียจมูกเราหรือทำจมูกกระดุกกระดิกและจ้องหน้าเรา
- การจั๊กจี้ท้อง ทำได้โดยการจับเขานอนหงาย และใช้มือเกาท้องเบาๆ เขาจะรู้สึกเพลิดเพลิน เมื่ออยู่ในวงแขนของเรา
- การพาดไหล่ นำเค้าพาดที่ไหล่เบาๆ ใช้มือข้างหนึ่งประคองไว้ เค้าจะรู้สึกเพลิดเพลิน และมีความสุขเมื่อผู้เลี้ยงเดินผ่านมา
-การสัมผัสหนูแกสบี้จะช่วยทำให้หนูแกสบี้เชื่องเร็ว หากหนูแกสบี้หงุดหงิด ส่วนมากสาเหตุจะมาจากเจ้าของไม่มีเวลาเล่นด้วย หนูแกสบี้ก็เหมือนกับเด็ก ต้องการความเอาใจใส่จากเจ้าของ การอุ้มหนูแกสบี้นั้นจะต้องทำอย่างนุ่มนวล เพราะแกสบี้มีนิสัยขี้ตกใจ แต่ถ้าแกสบี้มีอาการตกใจ เค้าจะมีเสียงร้องดังถี่ๆ เราต้องรีบเข้าไปดูและเราควรปฏิบัติต่อเค้าอย่างนุ่มนวลและเงียบๆ เพราะเค้าเป็นสัตว์ที่เชื่องและไม่ทำร้ายคน
วิธีการอุ้ม มีดังนี้
1. ใช้มือข้างที่ถนัดที่สุดกุมลำตัวเขาจากด้านบทบริเวณขาหนีบกับช่วงอกอย่างรวดเร็ว
2. ช้อนตัวเค้าขึ้นมา โดยใต้นิ้วกดที่ด้านหลังขาหน้า ส่วนนิ้วที่เหลือใช้โอบลำตัวจนถึงปลายขาหน้า3. ใช้มืออีกข้าช้อนก้นเขาและให้ขาหลังสอดเข้าไปอยู่ในร่องนิ้วมือ
4. เมื่อนำเขาออกมาจากกรงแล้วให้วางเขาไว้บนตัก จะช่วยให้เค้าหยุดร้องและสงบลงได้
3.การตัดเล็บ ดูฟัน และหู
การตัดเล็บ
เนื่องจากแกสบี้อยู่ในกรงที่เป็นลวดและพลาสติก จึงไม่ได้ลับเล็บ และเล็บของแกสบี้จะงอกอยู่ตลอด เมื่อยาวเกินไป อาจจะไปเกี่ยวกับซี่กรงและอาจทำให้เล็บหลุดหรือหักได้ ฉะนั้นเราจึงต้องมีการดูแลอยู่เสมอ
วิธีการตัดเล็บ
1. ใช้กรรไกรสำหรับตัดเล็บสัตว์หรือตัดเล็บคนก็ได้ ตัดให้เลยส่วนที่เป็นสีชมพูลงมาประมาณ 1 มล.
2. ควรตัดอย่างระมัดระวังอย่าให้โดนเนื้อที่เป็นสีชมพู ไม่งั้นเค้าจะเจ็บและไม่อยากตัดอีกเลย
3. จากนั้นใช้ตะไบเล็มเพื่อไม่ให้เล็บคมเกินไป
การดูแลฟัน
เราต้องดูแลฟันของแกสบี้เพื่อไม่ให้ฟันยาวเกินไป เพราะถ้ายาวเขาาจะทานอาหารไม่ได้ และถ้าไม่รีบรักษาเขาจะตายในที่สุด เราควรมีก้อนแคลเซียมหรือไม้ลับฟันไว้ในกรง แต่เห็นเค้าพูดกันว่าก้านของหญ้าขนและหญ้าแห้งก็ช่วยลับฟัน
การดูแลหู
เราควรทำความสะอาดหูของเค้าด้วย โดยการนำคัตเติ้ลบัตเช็ดภายในหู แต่อย่าทำความสะอาดลึกเข้าไปในรูหูนะค่ะ เพราะจะทำให้เป็นอันตรายได้
4.การอาบน้ำและตัดแต่งขนหนูแกสบี้
หนูแกสบี้มีทั้งพันธุ์ขนยาว ขนสั้นและขนหยิก ซึ่งจำเป็นต้องได้ัรับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขนจะได้ไม่พันกัน และสวยงาม แต่สำหรับพันธุ์ขนยาวและขนหยิกต้องเอาใจใส่เรื่องขนอยู่เสมอ วิธีการดูแลรักษาขนของหนูแกสบี้มีดังนี้
การอาบน้ำ
การอาบน้ำเป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ให้เกินโรคผิวหนังและปรสิต และทำให้ขนของแกสบี้สวยงาม ไม่เป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคไม่เป็นแหล่งของเชื้อโรค ควรอาบน้ำให้แกสบี้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งหรืออาทิตย์เว้นอาทิตย์ หากไม่สกปรกมาก ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำแล้วเช็ดตัว
ขั้นตอนการอาบน้ำ
1. ตักน้ำหรือใช้ผักบัวราดตั้งแต่คอลงมา ระวังอย่าให้โดนใบหู และอย่าให้เข้าตา จมูก และหู

2. เอาแชมพูมาผสมกับน้ำให้เจือจาง เทใส่มือแล้วถูทำความสะอาดบริเวณหัว ลำตัว และก้น ให้เน้นช่วงก้นเป็นพิเศษเพราะช่วงนี้จะสกปรกมาก
3. หากมีขี้ตาหรือมีอะไรเปื้อนที่หน้า ให้ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเช็ดค่ะ

4. ล้างแชมพูออกให้หมดจนกว่าจะสะอาด จากนั้นให้ใส่ครีมนวด โดนผสมน้ำให้เจือจางถูให้ทั่วตัวทิ้งไว้ 2-3 นาที
5. ล้างครีมนวดออกให้หมด
6. นำผ้าขนหนูมาห่อตัว และเช็ดตัวหมาดๆ
7. ฉีดสเปรย์บำรุงขนและป้องกันเห็บไร จากนั้นใช้ไดร์เป่าเบาให้ทั่วตัว โดยแปรงขนไปด้วยจะช่วยทำให้แห้งไว
8. หลังจากนั้นตัดแต่งขนให้ได้ทรงและหวีให้เรียบร้อย และใส่เบบี้ออยส์เพื่อความนุ่นลื่นของขน
 อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับแกสบี้

- ไม่กินอาหารและน้ำ
- มีน้ำมูก น้ำตาไหล และหายใจติดขัด
- ท้องเสีย น้ำหนักตัวลด
- ขนร่วงเป็นกระจุกจนเห็นผิวหนังและขนหยาบแห้ง
- ตาไม่ใส ขุ่นมัว ลืมตาไม่ขึ้นมีขี้ตา ตาปิด

-ไม่ร่าเริง ซึม ไม่ค่อยเคลื่อนไหว
การดูแลหนูแกสบี้หากเราไม่รักไม่ใส่ใจเขา ปล่อยเขาถึงไว้อยู่ในกรงตามลำพัง  เขาอาจจะไม่คุ้นเคยกับเรา  และอาจจะมีนิสัยดุร้ายได้   เพราะฉะนั้นเราควรเอาใจใส่เขาให้มาก ๆ  เหมือนกับเจ้าณเดชและญาญ่า ที่เขาทั้ง 2 ตัว มีนิสัยอ่อนโยน รักกัน  จนมีตัวน้อย ๆ  อยู่ในท้องญาญ่า  ก็เป็นเพราะเราใส่ใจเขา และรักเขามากนั่นเอง


 
 


 

By.Jutamad


วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

     

         สวัสดีครับ  ผมชื่อ....น้องหมอสี   ผมหล่อใช่ไหมล่ะ มีสีส้วยสวย สีแดงสดๆ มีหัวระเบิด  ทุกคนสามารถแต่งแต้ม สีสันสุดสวย  บนตัวผมได้  แอ๊ะ! รู้นะว่ามองอะไร.....อยากทำความรู้จักกับผมล่ะสิ  ถ้าอย่างนั้นมาทำความรู้จักกันเลย....ครับ

ชื่อ   เรดบูล
ปลาหมอสี    สายพันธ์ Crossbreed เรดสยาม
เพศ     ผู้
อายุ    5 เดือน

          นิสัยของปลาหมอสี  เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย  มีความอดทนและกินอาหารง่าย  แต่จะรักและหวงถิ่นที่อยู่  และก้าวร้าว  หากมีปลาตัวอื่น ๆ เข้ามาในเขตพื้นที่ก็จะไล่กัดทันที ถ้าหากต้องการเลี้ยงปลาหมอสีหลายพันธ์ร่วมกันในตู้  ต้องคำนึงถึง ขนาดของปลาด้วย ควรจะมีขนาดใกล้เคียงกัน  ตู้ที่เลี้ยงต้องมีขนาดใหญ่ เพราะมีผลต่อโหนกของปลาด้วย และต้องมีก้อนหินจัดวางไว้ด้วย เพื่อให้ปลาหมอสีเล่นออมหิน ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น  และมีเครื่องอุณหภูมิเพื่อปรับอุณหภูมิให้ปลา  จะต้องติดเครื่องกรองน้ำเพื่อไม่ให้น้ำขุ่นเกินไป    ถ้าต้องการติดไฟให้ปลาต้องใช้ไฟเฉพาะที่ใช้เลี้ยงปลาหมอสีเท่านั้น  คือสีชมพู  ถ้าหากนำไฟแบบอื่นมาใช้จะทำให้ปลาตาบอดได้ น้ำที่ใช้สำหรับเลี้ยงปลาต้อง เป็นน้ำที่สะอาดไม่มีเชื้อโรค  ห้ามใช้น้ำประปา เปิดจากก๊อกโดยตรงเด็ดขาด เพราะน้ำในนั้นจะมีคลอรีน และปูนผสมอยู่จะทำให้ปลาตายได้ควรจะพักน้ำประปาไว้สัก 2-3 วันจึงนำมาใช้ได้ และต้องเสริมน้ำด้วยมุก มาร์ค เพื่อให้สุขภาพปลาดีขึ้น  มีแร่ธาตุแก่ตัวปลา  ถ้าต้องการเร่งโหนก ก็ต้องให้กินเป็นอาหารสด ที่จะช่วยให้เร่งสีโหนก จะเป็นกุ้งฝอย หนอนแดง ไรทะเล  ต้องระวังเรื่องความสะอาด ของอาหาร เพราะอาจจะมีปรสิต และพยาธิต่าง ๆ อยู่  แต่ถ้าต้องการเร่งโหนก ต้องเลี้ยงอาหารที่มีโปรตีนสูง  ๆ เช่น  ไรนางฟ้า  หนอนนก  ให้ อาหารแค่  2 มื้อก็พอ  เช้า- เย็น
          ก่อนที่จะเลี้ยงสัตว์ทุอย่างต้องถามตัวเองก่อนว่า  มีความพร้อม มีเวลาเลี้ยงเขาไหม  เพราะถึงยังไงสัตว์ทุกตัว  ก็ต้องการ  การดูแลเอาใจใส่




By. Silaporn



วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

      สัตว์น้อย  สัตว์เล็ก  สัตว์ใหญ่  ต่างความน่ารักที่ไม่เหมือนกัน  แต่สิ่งที่เหมือนกันนั้นคือ  หากคุณใส่ใจเขา ไม่ว่าจะเป็นสัตว์พันธุ์ไหน  เขาก็จะมีความรักให้คุณเช่นกัน

      มารู้จัก สัตว์ขนปุย หูยาว  อีกหนึ่งชนิดกัน........

ชื่อ เปาปุ้นจิ้น

เป็นกระต่ายพันธุ์พื้นบ้านธรรมดา

เพศ  ผู้

อายุ  1  เดือน

มีสีดำ ช่วงใบหน้าสีขาว 

อาหาร   ช่วงอายุ 1 เดือน จะเน้นกินนม




คำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงกระต่ายน้อยผู้น่ารัก


 
           สำหรับมือใหม่ที่อยากเลี้ยงกระต่าย อย่าคิดเพียงว่าเป็นแค่สัตว์เล็กที่เลี้ยงง่ายเท่านั้น ก่อนนำมาเลี้ยงควรพิจารณาหลายสิ่งหลายอย่างประกอบด้วย เพราะกระต่ายต้องการการดูแลอย่างถูกวิธี อีกทั้งเรื่องความรับผิดชอบต่อชีวิตสัตว์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากทำให้เขาต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร หรือเบื่อแล้วปล่อยทิ้งขว้างไม่ไยดี
           การเลี้ยงเมื่อเขายังมีอายุน้อยเหมือนเจ้าเปาปุ้นจิ้น ควรให้เขากินนม ผลัดกับให้หญ้าสดและหญ้าแห้งเป็นอาหารหลัก เสริมผักและผลไม้เล็กน้อย การให้หญ้ามีประโยชน์กับกระต่ายมาก เพราะส่งผลต่อสุขภาพและการขับถ่าย ช่วยในการลับฟันตลอดจนป้องกันปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับฟัน นอกจากนี้ในฤดูฝนและหนาวกระต่ายจะเป็นหวัดและปอดบวมง่าย มีปัญหาเรื่องผิวหนัง ความอับชื้นและเชื้อรา
          อีกอย่างการหิ้วหูกระต่ายเป็นสิ่งไม่ควรทำอยากมาก เพราะบริเวณหูมีเส้นเลือดเยอะมาก หากไปหิ้วหูจะทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นฉีกขาด หูจะช้ำ การจับที่ถูกต้องคือให้จับบริเวณหนังด้านท้ายทอยและช้อนก้นเพื่อช่วยรองรับน้ำหนัก ส่วนสถานที่เลี้ยงต้องไม่ร้อนจัด ไม่ชื้นแฉะ ลมไม่พัดแรง มีอากาศถ่ายเทสะดวก กรงต้องสะอาดและการให้อาหาร การเปลี่ยนน้ำต้องสะอาดเสมอ สิ่งสำคัญควรปล่อยให้กระต่ายได้วิ่งเล่นออกกำลังกายบ้าง จะทำให้เขามีอารมณ์เบิกบานแจ่มใสและไม่เหงาเกินไป ซึ่งถึงแม้ว่า เจ้าปุ้นจิ้นจะอายุน้อย แต่เขาก็เริ่มเล่นซน และทำให้เขาชินกับตัวเราหรือผู้เลี้ยงด้วย
        นอกจากนี้ การเลี้ยงกระต่ายควรต้องระวังโรคด้วย เพราะจะมีโรคทั้งที่คนติดจากสัตว์และโรคที่สัตว์เป็นแล้วไม่ติดคน  สำหรับโรคที่พบในกระต่ายส่วนใหญ่ จะมีโรคท้องเสียจากเชื้อบิด ซึ่งจะทำให้หูแดงคัน หรือบิดเบี้ยว โรคติดเชื้อราบริเวณฟันของกระต่าย

        สิ่งที่สำคัญที่สุด  ที่ทุกคนผู้ที่ชอบเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายควรมี  คือ  ความเอาใจใส่เขา  มีเวลาให้เขา  เล่นกับเขาบ้าง  แล้วเราก็จะรักเขา  เขาก็จะรักเรา 














By. Peedawan